เสียง 3 มิติ กุญแจสำคัญที่ทำให้โลก VR สมจริงจนแยกไม่ออก

ลองจินตนาการว่าคุณกำลังยืนอยู่ในห้องที่มืดสลัว ทันใดนั้นมีเสียงเรียกจากทางด้านขวา ตามมาด้วยเสียงประตูเหล็กบานยักษ์ที่ค่อยๆ เปิดออก และเมื่อคุณก้าวเข้าไปในยานอวกาศ คุณกลับได้ยินเสียงสว่านไฟฟ้าดังระงมอยู่บริเวณท้ายทอยจนรู้สึกขนลุกซู่ ทั้งที่ในความเป็นจริงคุณเพียงแค่สวมแว่น Oculus Rift DK2 และหูฟังอยู่ในงาน CES ที่ลาสเวกัสเท่านั้น

ความรู้สึกสมจริงจนน่าตกใจนี้เกิดขึ้นจากเทคโนโลยี RealSpace 3D audio ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า หากต้องการให้โลกเสมือนจริง (Virtual Reality หรือ VR) ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ลำพังเพียงภาพกราฟิกที่สวยงามนั้นไม่เพียงพอ แต่ต้องมีระบบเสียงที่สามารถหลอกสมองให้เชื่อได้ว่าเรากำลังอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ

ทำไมเสียงถึงสำคัญต่อประสบการณ์ VR

สมองของมนุษย์มี "แผนที่เสียง" ประจำตัว แม้ในขณะที่เรามองไม่เห็นวัตถุ แต่ถ้าเสียงที่ได้รับมีความสอดคล้องกับตำแหน่งและรูปทรงของวัตถุในพื้นที่นั้น สมองจะระบุตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติ หากเสียงไม่สัมพันธ์กับภาพที่เห็น สมองจะรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือสิ่งจำลอง และทำให้ความรู้สึกดื่มด่ำ (Immersion) ในโลก VR หายไป

การสร้างเสียง 3 มิติมีหลายวิธี ตั้งแต่การบันทึกแบบ Binaural (การใช้หุ่นจำลองที่มีไมโครโฟนในหูเพื่อแยกซ้าย-ขวา) ซึ่งนิยมใช้ในเพลงของศิลปินอย่าง Bjork หรือวิดีโอ ASMR บน YouTube ไปจนถึงเทคนิค Ambisonics ที่ใช้ไมโครโฟนทรงกลมบันทึกเสียงรอบทิศทาง 360 องศา รวมถึงด้านบนและด้านล่าง ซึ่งเหมาะสำหรับวิดีโอ 360 องศา

Article image

วิวัฒนาการจาก Surround Sound สู่ Object-Based Audio

ในอดีต ระบบเสียงรอบทิศทาง (Surround Sound) ของ Dolby ในยุค 70 จะใช้ระบบ "ช่องสัญญาณคงที่" (Fixed Channels) คือการส่งเสียงไปยังลำโพงที่วางไว้ตามจุดต่างๆ เช่น หากมีคนกรีดร้องทางขวา เสียงจะถูกส่งไปที่ลำโพงด้านขวา ซึ่งระบบนี้มีข้อจำกัดเมื่อนำไปใช้ในโรงภาพยนตร์ที่มีการวางลำโพงต่างกัน

เพื่อแก้ปัญหานี้ จึงเกิดเทคโนโลยี Dolby Atmos ซึ่งเปลี่ยนมาใช้ Object-Based Audio หรือการกำหนดเสียงให้เป็น "วัตถุ" ที่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระในพื้นที่ 3 มิติ โดยไม่ยึดติดกับตำแหน่งลำโพง ทำให้ผู้ออกแบบเสียงมีอิสระในการสร้างบรรยากาศได้สมจริงยิ่งขึ้น และเทคโนโลยีนี้เองที่กลายเป็นรากฐานสำคัญสำหรับ VR

Article image

ความท้าทายของ "ลายนิ้วมือทางเสียง" (HRTF)

ความยากของการสร้างเสียง 3 มิติที่สมบูรณ์แบบคือ ร่างกายของมนุษย์แต่ละคนมีลักษณะทางกายภาพที่ต่างกัน ทั้งรูปทรงใบหู ศีรษะ และไหล่ ซึ่งส่งผลต่อการเดินทางของคลื่นเสียงก่อนเข้าสู่รูหู ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Head-Related Transfer Function (HRTF) หรือฟังก์ชันการถ่ายโอนที่เกี่ยวข้องกับศีรษะ

เนื่องจาก HRTF ของแต่ละคนเปรียบเสมือนลายนิ้วมือ การใช้เสียงมาตรฐานที่บันทึกจากหุ่นจำลองจึงไม่ได้ผลกับทุกคน VisiSonics จึงได้พัฒนานวัตกรรมใหม่โดยใช้ห้องบันทึกเสียงที่ติดตั้งไมโครโฟนขนาดเล็กถึง 256 ตัว เพื่อวัดการสะท้อนของเสียงจากหูของผู้ใช้จริงได้อย่างแม่นยำภายในไม่กี่วินาที แทนที่จะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการบันทึกทีละจุดแบบวิธีดั้งเดิม

Image 1

อนาคตของเสียงในโลกเสมือน

ปัจจุบันมีบริษัทหลายแห่งพยายามผลักดันเทคโนโลยีนี้ให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วไป เช่น Sennheiser ที่เปิดตัว Ambeo ซึ่งรวมทั้งไมโครโฟน VR และอัลกอริทึมแปลงเสียงสเตอริโอเป็น 9.1 หรือสตาร์ทอัพอย่าง Ossic ที่พัฒนาหูฟังซึ่งสามารถปรับจูนเสียงให้เข้ากับสรีระหูของผู้ใช้ได้โดยอัตโนมัติ

ท้ายที่สุดแล้ว เสียงไม่ใช่แค่ส่วนเสริม แต่เป็นเครื่องมือทางวิวัฒนาการที่กระตุ้นให้มนุษย์หันไปมองสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ในโลก VR เสียงที่แม่นยำจึงเป็นตัวนำทางที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์กับโลกเสมือนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Object-Based Audio: การกำหนดเสียงให้เป็นวัตถุที่เคลื่อนที่ได้ในพื้นที่ 3 มิติ แทนการส่งเสียงผ่านช่องสัญญาณลำโพงที่ตายตัว
  • HRTF: ลักษณะเฉพาะทางกายภาพของแต่ละบุคคลที่ส่งผลต่อการรับรู้ทิศทางเสียง ซึ่งมีความแตกต่างกันในทุกคน
  • Binaural vs Ambisonics: Binaural เน้นการแยกซ้าย-ขวาผ่านหุ่นจำลอง ส่วน Ambisonics บันทึกเสียงรอบทิศทางแบบทรงกลม
  • VisiSonics: ผู้พัฒนาเทคโนโลยีวัดค่า HRTF แบบรวดเร็วโดยใช้ไมโครโฟนจำนวนมากในห้องปฏิบัติการ
ตารางเปรียบเทียบเทคโนโลยีเสียงรูปแบบต่างๆ
เทคโนโลยี ลักษณะการทำงาน จุดเด่น / การใช้งาน
Surround Sound ใช้ช่องสัญญาณคงที่ (Fixed Channels) โฮมเธียเตอร์ยุคแรก, โรงภาพยนตร์แบบดั้งเดิม
Dolby Atmos ใช้ระบบวัตถุเสียง (Object-Based) โรงภาพยนตร์สมัยใหม่, ระบบเสียงที่ยืดหยุ่น
Binaural Audio บันทึกผ่านหุ่นจำลองหูมนุษย์ เพลงแนวทดลอง, ASMR, หูฟัง
Ambisonics บันทึกเสียงรอบทิศทางแบบทรงกลม วิดีโอ 360 องศา, VR

คำถามที่พบบ่อย

เสียง 3 มิติ แตกต่างจากเสียงสเตอริโอทั่วไปอย่างไร?

เสียงสเตอริโอจะจำกัดการรับรู้เพียงซ้ายและขวาภายในหูฟัง แต่เสียง 3 มิติจะจำลองระยะทาง ความสูง และทิศทาง ทำให้รู้สึกว่าเสียงเกิดขึ้นภายนอกศีรษะและมีตำแหน่งที่ชัดเจนในพื้นที่จริง

ทำไมหูฟังบางรุ่นถึงให้เสียง 3 มิติที่ไม่สมจริงสำหรับบางคน?

เพราะแต่ละคนมีสรีระใบหูและศีรษะที่ต่างกัน (HRTF) ทำให้การประมวลผลเสียงของสมองแตกต่างกัน เสียงที่ออกแบบมาเป็นค่ากลางจึงอาจไม่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์กับทุกคน

เทคโนโลยี Object-Based Audio มีประโยชน์อย่างไรใน VR?

ช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถผูกเสียงไว้กับวัตถุในเกมหรือโปรแกรม VR ได้ เมื่อวัตถุเคลื่อนที่ เสียงจะเคลื่อนที่ตามไปด้วยอย่างแม่นยำ ไม่ว่าผู้ใช้จะหันหน้าไปทางใด

เราสามารถสัมผัสประสบการณ์เสียง 3 มิติได้จากที่ไหนบ้างในปัจจุบัน?

สามารถสัมผัสได้ผ่านระบบ Dolby Atmos ในโรงภาพยนตร์หรืออุปกรณ์ที่รองรับ, วิดีโอ 360 องศาบน YouTube, และอุปกรณ์ VR ระดับสูงที่ใช้เอนจินเสียงอย่าง RealSpace