เยฟเกนี ปริโกซิน กับเครือข่ายโรงงานโทรลล์รัสเซียที่ยังคงเคลื่อนไหวหลังความตาย
เยฟเกนี ปริโกซิน (Yevgeny Prigozhin) อดีตเชฟผู้ใกล้ชิดประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และผู้นำกลุ่มทหารรับจ้าง Wagner Group ไม่ได้เป็นเพียงบุคคลที่ถูกจดจำในฐานะผู้ก่อเหตุรุนแรงในช่วงสงครามเท่านั้น แต่เขายังเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในการแพร่กระจาย Disinformation หรือข้อมูลบิดเบือนระดับโลก ผ่านการบริหาร Internet Research Agency (IRA) ซึ่งเป็น Troll Farm (โรงงานโทรลล์ หรือเครือข่ายบัญชีปลอมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปั่นกระแสทางสังคม) ที่เคยแทรกแซงการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศทั่วโลก
แม้ปริโกซินจะเสียชีวิตอย่างปริศนาจากเหตุเครื่องบินตกเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม หลังจากความพยายามก่อกบฏต่อต้านปูตินที่ไม่สำเร็จในเดือนมิถุนายน แต่ดูเหมือนว่าเครื่องจักรโฆษณาชวนเชื่อที่เขาสร้างไว้จะยังไม่หยุดทำงาน
การเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยบนโลกโซเชียลหลังการเสียชีวิต
หลังการจากไปของปริโกซิน กลุ่มอาสาสมัครนิรนาม Antibot4Navalny ซึ่งคอยติดตามปฏิบัติการอิทธิพลทางภาษารัสเซียบนแพลตฟอร์ม X (Twitter เดิม) พบความผิดปกติของเครือข่ายบัญชีที่ประสานงานกันอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับปริโกซิน โดยนำเสนอว่าเขาเป็นวีรบุรุษผู้ทำประโยชน์ให้รัสเซีย และพยายามเบี่ยงเบนประเด็นความล้มเหลวในการกบฏ
ข้อความจากบัญชีเหล่านี้มีทิศทางที่หลากหลาย ตั้งแต่การกล่าวโทษชาติตะวันตกว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุเครื่องบินตก การยืนยันว่ากลุ่ม Wagner จะยังคงปฏิบัติการในแอฟริกาต่อไป ไปจนถึงทฤษฎีสมคบคิดที่ว่าปริโกซินอาจจะยังไม่ตายแต่แกล้งหายตัวไปเหมือนในภาพยนตร์แอ็กชัน

การวิเคราะห์ความไม่โปร่งใสของบัญชีผู้ใช้
Kyle Walter จากบริษัทวิจัย Logically ระบุว่าบัญชีเหล่านี้มีสัญญาณของ Inauthentic หรือความไม่แท้จริง เนื่องจากส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นปี มีการโพสต์เนื้อหาต้นฉบับน้อยมาก แต่มักจะรีทวีตหรือตอบกลับบัญชีอื่น และมีการติดตามกันเองภายในกลุ่ม ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการนำเสนอข้อมูลในช่อง Telegram ที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม Wagner
วิวัฒนาการของสงครามข้อมูลข่าวสารรัสเซีย
ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมข้อมูลบิดเบือนของรัสเซียได้พัฒนาจากโรงงานโทรลล์แบบเดิม ไปสู่ระบบนิเวศที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยใช้สื่อที่รัฐสนับสนุน ช่อง Telegram ขนาดใหญ่ และบล็อกเกอร์สายทหาร เพื่อสร้างความสับสนในพื้นที่ข้อมูลข่าวสาร
Eto Buziashvili จาก Atlantic Council อธิบายว่าเป้าหมายหลักของเครมลินคือการทำให้ทุกแหล่งข้อมูลดูไม่น่าเชื่อถือ เพื่อทำลายความไว้วางใจของประชาชนต่อความจริงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะหลังการบุกยูเครนในปี 2022 ที่รัสเซียเริ่มปิดกั้นสื่ออิสระและใช้การเซ็นเซอร์อย่างเข้มงวด
| หัวข้อ | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|
| เครื่องมือหลัก | Internet Research Agency, Telegram, บล็อกเกอร์สายทหาร |
| เป้าหมายหลัก | สร้างความสับสน, ทำลายความเชื่อมั่นในแหล่งข่าว, แทรกแซงการเมืองต่างประเทศ |
| สถิติการเข้าถึง | ผู้ชมอย่างน้อย 165 ล้านคน และยอดวิว 1.6 หมื่นล้านครั้งในรอบปีแรกของสงครามยูเครน |
| กลยุทธ์ปัจจุบัน | ใช้ตัวแทน (Proxies) และ Influencer ตะวันตกเพื่อกระจายเนื้อหา |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เครือข่ายโทรลล์ยังทำงาน: มีหลักฐานว่าบัญชีปลอมยังคงโพสต์สนับสนุนปริโกซินแม้เจ้าตัวจะเสียชีวิตไปแล้ว
- การปรับตัวของกลยุทธ์: รัสเซียเปลี่ยนจากการใช้รัฐสั่งการโดยตรง มาเป็นการใช้ตัวแทนและแพลตฟอร์ม Telegram เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
- ผลกระทบวงกว้าง: การลดมาตรฐานความปลอดภัยของ X ส่งผลให้บัญชีสนับสนุนเครมลินมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2023
- เป้าหมายแฝง: การยกย่องปริโกซินในบางครั้งอาจทำเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ของปูตินไปพร้อมกัน
คำถามที่พบบ่อย
Internet Research Agency (IRA) คืออะไร?
คือโรงงานโทรลล์ (Troll Farm) ของรัสเซียที่ใช้บัญชีปลอมจำนวนมากในการสร้างกระแส ปั่นป่วน และแพร่กระจายข้อมูลบิดเบือนบนโซเชียลมีเดีย เพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง
ทำไมต้องมีการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ปริโกซินหลังเขาเสียชีวิต?
นักวิเคราะห์เชื่อว่าเป็นการดำเนินงานของเครือข่ายโทรลล์เพื่อสร้างความสับสน และในบางกรณีเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ไม่ได้ขัดต่อผลประโยชน์ของประธานาธิบดีปูติน
รัสเซียใช้ช่องทางใดในการแพร่ข้อมูลบิดเบือนในปัจจุบัน?
เน้นการใช้ Telegram เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างชุดคำพูด (Narratives) จากนั้นจะใช้ Influencer ในตะวันตกที่เห็นด้วยกับรัสเซียช่วยแปลและส่งต่อข้อมูลไปยังแพลตฟอร์มกระแสหลัก
การแทรกแซงข้อมูลของรัสเซียส่งผลกระทบอย่างไร?
ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง และสร้างสภาวะที่ผู้คนไม่สามารถแยกแยะความจริงออกจากเรื่องโกหกได้ ซึ่งส่งผลเสียต่อความมั่นคงและการตัดสินใจทางการเมืองในหลายประเทศ


