เกาหลีเหนือใช้บริษัทบังหน้าในสหรัฐฯ ฟอกเงินสนับสนุนอาวุธทำลายล้างสูง
หน่วยสืบราชการลับแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FBI ได้เปิดโปงเครือข่ายการฉ้อโกงระดับโลกที่ดำเนินการโดยตัวแทนจากประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งใช้วิธีการจัดตั้งบริษัทปลอมเพื่อจ้างงานบุคลากรด้านไอที และใช้เป็นช่องทางในการส่งเงินกลับไปยังกองทัพของรัฐบาลเกาหลีเหนืออย่างแนบเนียน
จากการตรวจสอบเอกสารสาธารณะโดย WIRED พบว่ามีบริษัทในสหรัฐฯ มีส่วนสำคัญในการช่วยสร้าง Shell Companies หรือบริษัทบังหน้าที่ไม่มีการดำเนินธุรกิจจริง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในแผนการนี้ ส่งผลให้ผู้กำหนดนโยบายในปัจจุบันเริ่มพิจารณาปิดช่องโหว่ของกฎหมายการจดทะเบียนธุรกิจที่ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด
กลไกการทำงานของเครือข่ายจารกรรมทางเศรษฐกิจ
ปฏิบัติการนี้เริ่มต้นจากการสร้างบริษัทปลอมที่ดูน่าเชื่อถือ โดยนำเสนอตัวเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านไอทีแบบฟรีแลนซ์ มีการสร้างเว็บไซต์ปลอมที่ประดับด้วยรูปภาพพนักงานที่ดูเป็นมิตรเพื่อสร้างความไว้วางใจ จากนั้นจะมีการจ้างงานโปรแกรมเมอร์ ซึ่งอาจเป็นชาวเกาหลีเหนือเองหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ตัวตนปลอมในการทำงาน
เพื่อให้การทำงานดูเหมือนเกิดขึ้นภายในสหรัฐฯ เครือข่ายนี้ได้จ้างสิ่งที่ FBI เรียกว่า Virtual Assistants หรือผู้ช่วยเสมือน ซึ่งเป็นชาวอเมริกันที่ทำหน้าที่ติดตั้งแล็ปท็อปและซอฟต์แวร์ควบคุมระยะไกล เพื่อให้คนงานชาวเกาหลีเหนือสามารถเข้าถึงระบบผ่าน IP Address (หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย) ของสหรัฐฯ ได้
เงินค่าจ้างที่ได้รับจากการทำงานไอทีเหล่านี้ จะถูกโอนผ่านบริษัทบังหน้าและส่งต่อไปยังกระทรวงกลาโหมของเกาหลีเหนือ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา WMD (อาวุธทำลายล้างสูง) ซึ่ง FBI ระบุว่าเครือข่ายนี้มีขนาดใหญ่มากจนบริษัทที่จ้างงานไอทีฟรีแลนซ์มีโอกาสสูงที่จะเคยจ้างคนที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการนี้โดยไม่รู้ตัว
บทบาทของรัฐไวโอมิงและช่องโหว่การจดทะเบียน
ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Chuck Gray เลขาธิการรัฐไวโอมิง ได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตธุรกิจของ 3 บริษัท ได้แก่ Culture Box LLC, Next Nets LLC และ Blackish Tech LLC หลังจากได้รับข้อมูลการสืบสวนจาก FBI โดยพบว่าบริษัทเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลเผด็จการของคิม จอง อึน
จุดที่น่าสนใจคือ ทั้ง 3 บริษัทถูกจดทะเบียนผ่าน Registered Agents Inc. ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจดทะเบียนบริษัทในทุกรัฐของสหรัฐฯ โดยบริษัทนี้มีแนวปฏิบัติในการรักษาความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดจนเกินไป มีการใช้ตัวตนสมมติ (Fake Persona) ในการยื่นเอกสาร เช่น ชื่อ "Riley Park" ซึ่งอดีตพนักงานระบุว่าเป็นชื่อปลอมที่บริษัทใช้เป็นประจำในการจดทะเบียน

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| บริษัทที่ถูกเพิกถอน | Culture Box LLC, Next Nets LLC, Blackish Tech LLC |
| ตัวกลางจดทะเบียน | Registered Agents Inc. (รัฐไวโอมิง) |
| วิธีการพรางตัว | ใช้ Virtual Assistants และ IP Address ของสหรัฐฯ |
| เป้าหมายปลายทาง | กระทรวงกลาโหมเกาหลีเหนือ และโครงการอาวุธ WMD |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การฟอกเงิน: ใช้บริษัท LLC ในสหรัฐฯ เพื่อรับเงินค่าจ้างไอทีและส่งกลับเกาหลีเหนือ
- การหลบเลี่ยง: ใช้ตัวตนปลอมและผู้ช่วยในสหรัฐฯ เพื่อปกปิดสัญชาติที่แท้จริงของคนทำงาน
- การละเมิดกฎหมาย: มีการใช้บัญชีของบริษัทในไวโอมิงซื้อโดเมนเนม ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคว่ำบาตร
- การแก้ไข: รัฐไวโอมิงกำลังเพิ่มการตรวจสอบผู้ให้บริการจดทะเบียนและเสนอปรับปรุงกฎหมายเพื่อป้องกันศัตรูต่างชาติใช้บริษัทบังหน้า
คำถามที่พบบ่อย
Shell Company คืออะไรและถูกนำมาใช้ในกรณีนี้อย่างไร?
Shell Company หรือบริษัทบังหน้า คือบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแต่ไม่มีการดำเนินธุรกิจจริงหรือไม่มีสินทรัพย์ที่จับต้องได้ ในกรณีนี้ถูกใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นบริษัทไอทีที่น่าเชื่อถือ เพื่อรับเงินค่าจ้างและโอนต่อไปยังรัฐบาลเกาหลีเหนือโดยไม่ให้ถูกตรวจพบ
Virtual Assistants ในบริบทนี้ทำหน้าที่อะไร?
คือชาวอเมริกันที่ถูกจ้างให้เตรียมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์รีโมท เพื่อให้คนงานชาวเกาหลีเหนือสามารถทำงานได้โดยที่ระบบตรวจพบว่าเป็น IP Address จากภายในสหรัฐฯ ทำให้บริษัทผู้ว่าจ้างไม่สงสัย
ทำไมรัฐไวโอมิงถึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ของเครือข่ายนี้?
เนื่องจากมีผู้ให้บริการจดทะเบียนบางรายที่มีนโยบายรักษาความเป็นส่วนตัวสูงมาก และมีการใช้ตัวตนสมมติในการยื่นเอกสาร ทำให้การระบุตัวตนผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของที่แท้จริงทำได้ยาก
เงินที่ได้จากแผนการนี้ถูกนำไปใช้ทำอะไร?
ตามข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เงินเหล่านี้ถูกส่งไปยังกระทรวงกลาโหมของเกาหลีเหนือ และสนับสนุนโครงการพัฒนาอาวุธทำลายล้างสูง (WMD)



