อาเซียนถูกจารกรรมข้อมูลครั้งใหญ่โดยแฮกเกอร์จีน เจาะลึกยุทธศาสตร์ไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐอเมริกาในการกระชับความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้เชิญผู้นำ 10 ประเทศอาเซียนเข้าพบที่ทำเนียบขาวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2022 พร้อมเสนอเงินสนับสนุน 150 ล้านดอลลาร์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและโครงสร้างพื้นฐาน แต่เบื้องหลังการทูตที่ดูราบรื่น กลับมีการโจมตีทางไซเบอร์อย่างรุนแรงเกิดขึ้น
รายงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เปิดเผยโดย WIRED ระบุว่า แฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลจีนได้ทำการจารกรรมข้อมูลอีเมลและรายละเอียดที่สำคัญจำนวนมหาศาลจากประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งเป็นการโจมตีเพื่อเป้าหมายทางการเมืองและเศรษฐกิจในภูมิภาค
การเจาะระบบเซิร์ฟเวอร์อาเซียน: ข้อมูลรั่วไหลระดับกิกะไบต์
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 เมื่อแฮกเกอร์สามารถบุกรุกเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์อีเมลของ อาเซียน (ASEAN) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลที่ประกอบด้วย 10 ประเทศสมาชิก รวมถึงไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยการโจมตีครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2019 ที่องค์กรนี้ถูกเจาะระบบ
ข้อมูลที่ถูกขโมยไปมีปริมาณมหาศาลกว่า 30 GB ซึ่งประกอบด้วยอีเมลมากกว่า 10,000 ฉบับ โดยแฮกเกอร์ทำการดึงข้อมูลออกไปแบบรายวัน ส่งผลกระทบต่อสมาชิกอาเซียนทุกประเทศเนื่องจากเป็นข้อมูลการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ซึ่งทางหน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์และกระทรวงการต่างประเทศของทั้ง 10 ประเทศได้รับแจ้งเตือนเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แล้ว
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ | กุมภาพันธ์ 2022 |
| ปริมาณข้อมูลที่ถูกขโมย | มากกว่า 30 GB (อีเมลกว่า 10,000 ฉบับ) |
| เป้าหมายหลัก | เซิร์ฟเวอร์อีเมลของ ASEAN (mail.asean.org และ auto.discover.asean.org) |
| วิธีการโจมตี | ใช้ข้อมูลประจำตัวที่ถูกต้อง (Valid Credentials) และช่องโหว่ของ Microsoft Exchange |
| กลุ่มผู้ต้องสงสัย | แฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศจีน (เช่น กลุ่ม Hafnium) |
กลไกทางเทคนิคและเครื่องมือที่แฮกเกอร์ใช้
จากการตรวจสอบพบว่าผู้โจมตีใช้ Valid Credentials หรือข้อมูลการเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องในการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ Microsoft Exchange นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ 4 จุดที่ Microsoft เคยแจ้งเตือนไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021 ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์ชื่อ Hafnium
นอกเหนือจากเหตุการณ์ล่าสุด ในอดีตยังมีการใช้มัลแวร์ (ซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย) ประเภท Remote-access tools หรือเครื่องมือควบคุมระยะไกล เพื่อสร้างประตูหลัง (Backdoor) ให้แฮกเกอร์เข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์และขโมยไฟล์ได้ โดยมีเครื่องมือหลักดังนี้:
- PlugX: เครื่องมือหลักที่ใช้ในการจารกรรมไซเบอร์ของจีนมานานนับทศวรรษ ถูกใช้ขโมยเอกสารอาเซียนกว่า 100 ฉบับในช่วงปี 2019
- ShadowPad: มัลแวร์ที่ถูกใช้เจาะระบบอาเซียนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2021

นัยสำคัญทางการเมืองและยุทธศาสตร์ของจีน
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า อาเซียนเป็นศูนย์กลางการประสานนโยบายที่สำคัญในภูมิภาค ข้อมูลการสนทนาทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการเกี่ยวกับ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ, แผนโครงสร้างพื้นฐาน และ ภูมิรัฐศาสตร์ จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลปักกิ่งให้ความสนใจอย่างยิ่ง
แม้จีนจะเป็นคู่ค้าที่สำคัญที่สุดและพยายามสร้าง "ชุมชนที่มีโชคชะตาร่วมกัน" กับอาเซียน แต่ความสัมพันธ์นี้มีความตึงเครียดแฝงอยู่ โดยเฉพาะโครงการ Belt and Road Initiative (ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง) ซึ่งเป็นโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ช่วยเพิ่มอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจให้จีน รวมถึงข้อพิพาทในทะเลจีนใต้
ข้อมูลจาก Recorded Future พบว่ามีกลุ่มแฮกเกอร์จีนถึง 10 กลุ่มที่โจมตีหน่วยงานรัฐบาลและทหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเทศที่ตกเป็นเป้าหมายมากที่สุดคือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของการโจมตีถึง 20% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2022 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เป้าหมาย: มุ่งเน้นไปที่หน่วยงานรัฐบาลและทหารเพื่อรวบรวมข้อมูลยุทธศาสตร์
- แรงจูงใจ: เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวในข้อพิพาททะเลจีนใต้และโครงการ Belt and Road Initiative
- วิธีการ: นิยมใช้ Spearfishing (การส่งอีเมลหลอกลวงแบบระบุเป้าหมาย) เช่น การส่งไฟล์อัปเดตรายชื่อติดต่ออาเซียนปลอม
- ปัจจัยกระตุ้น: การปรับเปลี่ยนนโยบายของสหรัฐฯ ที่หันมาให้ความสำคัญกับเอเชียมากขึ้น อาจเป็นตัวเร่งให้จีนเพิ่มการโจมตีทางไซเบอร์
คำถามที่พบบ่อย
การโจมตีครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อใครบ้าง?
ส่งผลกระทบต่อประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เนื่องจากข้อมูลที่ถูกขโมยเป็นการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศสมาชิกผ่านเซิร์ฟเวอร์กลางของอาเซียน
แฮกเกอร์ใช้วิธีใดในการเข้าถึงข้อมูล?
ใช้การผสมผสานระหว่างการใช้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกต้อง (Valid Credentials) การใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของเซิร์ฟเวอร์ Microsoft Exchange และการใช้มัลแวร์ควบคุมระยะไกลอย่าง PlugX และ ShadowPad
ทำไมจีนถึงต้องจารกรรมข้อมูลจากอาเซียน?
เพื่อความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการรวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับข้อพิพาทดินแดนในทะเลจีนใต้ และการติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของจีน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีคำแนะนำอย่างไรเพื่อป้องกันเหตุการณ์นี้?
มีการแนะนำให้ประเทศสมาชิกทำการรีเซ็ตรหัสผ่าน (Credentials) ตรวจสอบการเข้าถึงอีเมลจากระยะไกลที่ผิดปกติ และเร่งปิดช่องโหว่ของระบบเซิร์ฟเวอร์ตามคำแนะนำด้านความปลอดภัย



