สหราชอาณาจักรกลับเข้าสู่ Horizon Europe โปรแกรมวิจัยและพัฒนาระดับโลกหลังยุติข้อพิพาท Brexit
ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์ระดับโลก เมื่อสหราชอาณาจักร (U.K.) บรรลุข้อตกลงที่จะกลับเข้าร่วม Horizon Europe ซึ่งเป็นโปรแกรมสนับสนุนเงินทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของสหภาพยุโรป (EU) หลังจากที่ต้องหยุดชะงักไปเป็นเวลานานอันเนื่องมาจากผลกระทบของ Brexit
ความร่วมมือในครั้งนี้ถูกนิยามว่าเป็น "ช่วงเวลาสำคัญ" ที่จะช่วยฟื้นฟูสายสัมพันธ์ทางวิชาการระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ให้กลับมาขับเคลื่อนนวัตกรรมร่วมกันอีกครั้ง หลังจากที่ความสัมพันธ์ดังกล่าวต้องเผชิญกับอุปสรรคมานานกว่าสองปี
ทำความรู้จักกับ Horizon Europe
Horizon Europe คือโครงการริเริ่มระยะเวลา 7 ปี ที่ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและกระชับความร่วมมือด้านการวิจัยทั้งภายในและภายนอกสหภาพยุโรป โดยเป็นโครงการที่ต่อยอดมาจาก Horizon 2020 แม้ในระยะแรกจะเน้นกลุ่มประเทศสมาชิก EU แต่ปัจจุบันได้ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมประเทศพันธมิตรอีกหลายแห่ง เช่น นิวซีแลนด์ อิสราเอล อาร์เมเนีย และยูเครน
สำหรับสหราชอาณาจักร แม้จะแยกตัวออกจาก EU เมื่อเดือนมกราคม 2020 แต่เดิมทีได้มีการตกลงสถานะสมาชิกสมทบเพื่อคงสิทธิ์ในโครงการนี้ไว้ ทว่าต่อมาเกิดความขัดแย้งทางการค้าเกี่ยวกับ Northern Ireland Protocol (ข้อตกลงว่าด้วยพิธีการศุลกากรในไอร์แลนด์เหนือ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาถอนตัวจาก EU ส่งผลให้คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ระงับการเข้าร่วมของสหราชอาณาจักรในเวลาต่อมา
การผลักดันจากภาควิชาการและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
แรงกดดันให้สหราชอาณาจักรกลับเข้าสู่โครงการไม่ได้มาจากรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังมาจากสถาบันการศึกษาและสถาบันวิทยาศาสตร์นับพันแห่งใน EU ที่เคยส่งจดหมายถึงคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อเรียกร้องให้รับสหราชอาณาจักรกลับเข้ามา โดยเน้นย้ำถึงประวัติความร่วมมือที่ยาวนานและความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาระดับโลกที่ผ่านมา
ในด้านเศรษฐกิจ Dom Hallas ผู้อำนวยการบริหารของ Startup Coalition ระบุว่านวัตกรรมทางเทคโนโลยีไม่มีพรมแดน ดังนั้นการที่นโยบายของอังกฤษและยุโรปสอดประสานกัน จึงเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศของสตาร์ทอัพในทั้งสองภูมิภาค

เจาะลึกงบประมาณและการสนับสนุนนวัตกรรมความเสี่ยงสูง
โครงการ Horizon Europe มีงบประมาณรวมสูงถึง 9.6 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 1.02 แสนล้านดอลลาร์) โดยมีการจัดสรรงบประมาณ 35% ให้กับการวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศ จุดเด่นที่สำคัญคือการสนับสนุน High-risk R&D หรือการวิจัยและพัฒนาที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมักจะไม่ได้รับเงินทุนจากภาคเอกชน
โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ได้รับงบประมาณถึง 70% เพื่อใช้ในการสร้างนวัตกรรมที่พลิกโฉมวงการ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงเกินกว่าที่นักลงทุนเอกชนจะยอมรับได้ สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับบริษัทที่แยกตัวออกมาจากมหาวิทยาลัย (University Spinouts) ที่ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาต้นแบบ
Ekaterina Almasque จากกองทุน OpenOcean ให้ความเห็นว่า ความชัดเจนของแหล่งเงินทุนเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะในสาขาที่ต้องใช้เวลาพัฒนานานนับทศวรรษ เช่น Quantum Technology (เทคโนโลยีควอนตัม) ซึ่งการกลับมาครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนกล้าสนับสนุนผู้นำตลาดรายต่อไปในด้าน AI, ควอนตัม และไบโอเทค
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันที่เริ่มมีผลอย่างเป็นทางการ | 1 มกราคม 2024 |
| ระยะเวลาโครงการ | สิ้นสุดปี 2027 |
| ค่าธรรมเนียมการเข้าร่วม | 2.6 พันล้านยูโร (2.8 พันล้านดอลลาร์) ต่อปี |
| งบประมาณรวมของโครงการ | 9.6 หมื่นล้านยูโร |
| โครงการอื่นที่เข้าร่วมด้วย | Copernicus (โปรแกรมดาวเทียมสังเกตการณ์โลก) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การกลับมา: สหราชอาณาจักรจะกลับเข้าร่วม Horizon Europe และ Copernicus ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 เป็นต้นไป
- งบประมาณ: รัฐบาลสหราชอาณาจักรต้องจ่ายค่าบำรุงปีละ 2.6 พันล้านยูโร จนถึงปี 2027
- เป้าหมาย: มุ่งเน้นการสร้างงาน กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางอุตสาหกรรม
- จุดเด่น: สนับสนุนทุนวิจัยความเสี่ยงสูงที่ภาคเอกชนไม่กล้าลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่ม SME และ Spinouts
- สถานะปัจจุบัน: เป็น "ข้อตกลงในหลักการ" ซึ่งต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากคณะกรรมการและสภาของ EU
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมสหราชอาณาจักรถึงหลุดออกจากโครงการ Horizon Europe ในช่วงแรก?
แม้จะมีการตกลงสถานะสมาชิกสมทบหลัง Brexit แต่ความขัดแย้งเรื่อง Northern Ireland Protocol ซึ่งเป็นข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ทำให้คณะกรรมาธิการยุโรปตัดสินใจระงับการเข้าร่วมของสหราชอาณาจักร
Horizon Europe ให้ความสำคัญกับงานวิจัยด้านใดเป็นพิเศษ?
โครงการนี้ให้ความสำคัญอย่างมากกับงานวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศ โดยจัดสรรงบประมาณถึง 35% ของทั้งหมด รวมถึงสนับสนุนเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI, ควอนตัมคอมพิวติ้ง และไบโอเทคโนโลยี
การกลับเข้าร่วมครั้งนี้ส่งผลดีต่อสตาร์ทอัพอย่างไร?
ช่วยให้สตาร์ทอัพและบริษัท Spinouts จากมหาวิทยาลัยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับการวิจัยขั้นต้นที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งช่วยลดภาระของนักลงทุนเอกชนและสร้างความเชื่อมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในระยะยาว
สหราชอาณาจักรต้องจ่ายเงินเท่าไหร่เพื่อเข้าร่วมโครงการนี้?
สหราชอาณาจักรมีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการอยู่ที่ 2.6 พันล้านยูโร (หรือประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์) ต่อปี โดยจะจ่ายต่อเนื่องไปจนสิ้นสุดโครงการในปี 2027



