สงครามไซเบอร์อิสราเอล-ฮามาส: เมื่อแฮกเกอร์ทั่วโลกกระโดดเข้าร่วมสมรภูมิดิจิทัล

ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส การต่อสู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การปะทะทางทหารในพื้นที่จริงเท่านั้น แต่ได้ขยายตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างรวดเร็ว โดยกลุ่ม Hacktivists หรือนักเจาะระบบที่ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ทางการเมืองจากทั่วทุกมุมโลก ได้เริ่มเปิดฉากโจมตีทางไซเบอร์เพื่อสนับสนุนฝ่ายที่ตนเชื่อถือ

การโจมตีเหล่านี้เกิดขึ้นแทบจะทันทีหลังจากเหตุการณ์ปะทะเริ่มต้นขึ้น โดยเป้าหมายหลักคือเว็บไซต์ของรัฐบาลและสื่อมวลชนของทั้งสองฝ่าย ซึ่งถูกโจมตีด้วยวิธี Defacement (การเปลี่ยนแปลงหน้าเว็บไซต์เพื่อแสดงข้อความบางอย่าง) และ DDoS (Distributed Denial of Service) ซึ่งเป็นเทคนิคการส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลเข้าไปยังเซิร์ฟเวอร์เป้าหมายเพื่อให้ระบบทำงานหนักจนล่มและไม่สามารถให้บริการได้

รูปแบบและกลุ่มผู้ก่อเหตุในสมรภูมิดิจิทัล

จากการวิเคราะห์ของบริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์ Recorded Future พบว่ากลุ่มผู้โจมตีสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้:

  • กลุ่มแฮกเกอร์สายอิสลาม: กลุ่มที่มีตัวตนอยู่เดิมและมักโจมตีเป้าหมายในอินเดีย ซึ่งหันมาประกาศตัวสนับสนุนปาเลสไตน์
  • กลุ่มสนับสนุนรัสเซีย: เช่น กลุ่ม Anonymous Sudan และ Killnet ที่ใช้โอกาสนี้สร้างความวุ่นวายและเผยแพร่แนวคิดของรัฐบาลรัสเซีย
  • กลุ่มหน้าใหม่: กลุ่มที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเพื่อเข้าร่วมความขัดแย้งนี้โดยเฉพาะ
Article image

การโจมตีเป้าหมายสำคัญ

หนึ่งในเหตุการณ์ที่น่ากังวลคือการโจมตีแอปพลิเคชัน Red Alert ซึ่งเป็นระบบแจ้งเตือนขีปนาวุธของอิสราเอล โดยกลุ่ม AnonGhost อ้างว่าเป็นผู้ลงมือ ซึ่งทาง Group-IB ระบุว่าแฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ของระบบเพื่อดักจับข้อมูล ส่งข้อความสแปม และอาจส่งคำเตือนการโจมตีปลอมเพื่อสร้างความตื่นตระหนก

ในขณะเดียวกัน กลุ่ม ThreatSec ได้อ้างว่าเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ของ Alfanet ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ในฉนวนกาซา ส่งผลให้ระบบสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์บางส่วนใช้งานไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ทาง Alfanet ชี้แจงว่าสาเหตุหลักของการตัดขาดการสื่อสารเกิดจากการถูกโจมตีทางอากาศจนสำนักงานใหญ่และหอส่งสัญญาณหลักถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง

Article image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • เป้าหมายหลัก: เว็บไซต์รัฐบาล, สื่อมวลชน, และโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร
  • วิธีการโจมตี: เน้นการทำ DDoS และ Defacement เพื่อสร้างผลกระทบทางจิตวิทยา
  • แรงจูงใจ: ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ทางการเมืองและการต้องการพื้นที่สื่อ (Attention)
  • ผลกระทบทางกายภาพ: ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการโจมตีไซเบอร์ในครั้งนี้ยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการรบในสนามจริง
สรุปการโจมตีทางไซเบอร์ในความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส
กลุ่มแฮกเกอร์ เป้าหมาย/วิธีการ ผลลัพธ์/ข้อกล่าวอ้าง
AnonGhost แอป Red Alert (อิสราเอล) ดักจับข้อมูลและส่งคำเตือนปลอม
ThreatSec Alfanet (กาซา) อ้างว่าควบคุมเซิร์ฟเวอร์และระบบทีวี
Cyber Avengers โรงไฟฟ้า Dorad (อิสราเอล) อ้างว่าขโมยเอกสารสำคัญ (ยังไม่ได้รับการยืนยัน)
กลุ่มไซเบอร์อินเดีย เว็บไซต์ hamas.ps โจมตีด้วยวิธี DDoS

จริยธรรมในสงครามไซเบอร์

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ได้พยายามกำหนดกฎการปะทะสำหรับ "แฮกเกอร์พลเรือน" โดยเน้นย้ำให้หลีกเลี่ยงการโจมตีสถานพยาบาล และห้ามใช้ Computer Worms (โปรแกรมที่แพร่กระจายตัวเองได้อัตโนมัติ) เพื่อลดอันตรายต่อพลเรือน แม้ว่าในความเป็นจริง กลุ่มแฮกเกอร์หลายกลุ่มจะเพิกเฉยต่อกฎเหล่านี้

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า สงครามในยุคปัจจุบันไม่ได้มีเพียงการใช้อาวุธ แต่มีการใช้ข้อมูลข่าวสารและการโจมตีทางดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการสร้างอิทธิพลและบิดเบือนความจริง ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่เห็นได้ชัดตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครน

คำถามที่พบบ่อย

การโจมตีแบบ DDoS คืออะไรและส่งผลอย่างไร?

DDoS คือการระดมส่งทราฟฟิกจำนวนมหาศาลจากหลายแหล่งเข้าสู่เป้าหมายเดียว เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานหนักจนล่ม ส่งผลให้ผู้ใช้งานปกติไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์หรือบริการนั้นๆ ได้

การโจมตีทางไซเบอร์ส่งผลต่อการรบบนพื้นดินหรือไม่?

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่าการโจมตีจากกลุ่ม Hacktivists ในครั้งนี้เน้นการสร้างความวุ่นวายและผลกระทบทางจิตวิทยามากกว่าการทำลายยุทธศาสตร์ทางทหาร จึงยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการรบในสนามจริง

ทำไมกลุ่มแฮกเกอร์จากประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องถึงเข้าร่วมโจมตี?

หลายกลุ่มขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ทางการเมือง หรือต้องการสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล โดยใช้เหตุการณ์ความขัดแย้งเป็นเวทีในการแสดงศักยภาพทางไซเบอร์ของตน

แอป Red Alert ถูกแฮกจริงหรือไม่?

มีรายงานจากบริษัทความปลอดภัยว่ามีการใช้ช่องโหว่ของระบบเพื่อส่งข้อความสแปมและดักข้อมูลจริง ซึ่งสร้างความเสี่ยงในการส่งข้อมูลแจ้งเตือนภัยปลอมให้แก่ผู้ใช้งาน