รัสเซียทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก Zircon ท่ามกลางความตึงเครียดกับ NATO
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและกลุ่มประเทศตะวันตกทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อกองทัพรัสเซียเปิดเผยภาพการทดสอบยิง 3M22 Zircon ซึ่งเป็นขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงขั้นสูง หรือ Hypersonic Missile (อาวุธที่เดินทางได้เร็วกว่าเสียงหลายเท่าและสามารถปรับทิศทางได้) โดยทำการยิงจากเรือฟริเกตในทะเลแบเรนตส์ บริเวณมหาสมุทรอาร์กติก ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้กับพรมแดนของกลุ่ม NATO
การทดสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ Zapad 2025 ซึ่งเป็นการซ้อมรบร่วมกันระหว่างรัสเซียและเบลารุส เพื่อประเมินขีดความสามารถในการประสานงานและการป้องกันประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าศักยภาพทางทหารของรัสเซียยังคงแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับความสูญเสียอย่างหนักตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีนับตั้งแต่เริ่มการรุกรานยูเครน
สมรรถนะของอาวุธยุทโธปกรณ์ที่นำมาทดสอบ
วิดีโอที่เผยแพร่ผ่าน Telegram แสดงให้เห็นการปฏิบัติการของเรือฟริเกต Admiral Golovko ที่ยิงขีปนาวุธ Zircon เข้าเป้าหมายในทะเลแบเรนตส์ได้อย่างแม่นยำ โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า อาวุธชนิดนี้มีความเร็วสูงถึง Mach 9 (9 เท่าของความเร็วเสียง) และมีระยะยิงไกลถึง 1,000 กิโลเมตร
นอกเหนือจากขีปนาวุธแล้ว รัสเซียยังได้นำเครื่องบินขับไล่-ทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียง Sukoi Su-34 มาเข้าร่วมซ้อมรบด้วย ซึ่งเครื่องบินรุ่นนี้เป็นแบบสองที่นั่ง สามารถบรรทุกอาวุธได้สูงสุด 8 ตัน และบินได้ไกลถึง 4,000 กิโลเมตรโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง (หรือเพิ่มเป็น 7,000 กิโลเมตรหากติดตั้งถังเชื้อเพลิงภายนอก)

จุดเด่นที่น่ากังวลของขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกอย่าง Zircon หรือ Kinzhal คือความยากในการสกัดกั้น เนื่องจากไม่ได้มีเพียงความเร็วที่สูงมากเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินกลางอากาศเพื่อหลบหลีกระบบป้องกันภัยทางอากาศ ซึ่งมีรายงานว่ารัสเซียได้นำอาวุธเหล่านี้มาใช้โจมตีเป้าหมายพลเรือนในยูเครนแล้ว
ความขัดแย้งและการรุกล้ำน่านฟ้า NATO
เหตุการณ์ทดสอบอาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ NATO กำลังเฝ้าระวังอย่างสูงสุด หลังจากเกิดเหตุโดรนของรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าของโปแลนด์และโรมาเนีย ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยเมื่อวันที่ 10 กันยายน โดรนรัสเซียอย่างน้อย 19 ลำได้บินเข้าสู่น่านฟ้าโปแลนด์ ก่อนจะถูกเครื่องบินขับไล่ของ NATO สกัดกั้นและยิงตกได้ทั้งหมด
รัฐบาลโปแลนด์และ Mark Rutte เลขาธิการ NATO นิยามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการ "ยั่วยุขนาดใหญ่" ส่งผลให้โปแลนด์ประกาศใช้ มาตรา 4 (Article 4) ของกฎบัตร NATO เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสมาชิก นำไปสู่การเปิดตัว Operation Eastern Sentinel เพื่อเสริมกำลังป้องกันทางทิศตะวันออกด้วยระบบป้องกันภัยและเครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัย

ต่อมาในวันที่ 13 กันยายน โรมาเนียได้ตรวจพบโดรนที่คาดว่าเป็นของรัสเซียในน่านฟ้าเช่นกัน สร้างความไม่พอใจให้กับนานาชาติ โดย Marco Rubio รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่านี่เป็นเหตุการณ์ที่อันตรายและยอมรับไม่ได้ พร้อมเชื่อว่าเป็นการจงใจส่งโดรนเข้ามา แม้ว่าทางรัสเซียจะปฏิเสธว่าไม่ได้ตั้งเป้าไปที่โปแลนด์ และเบลารุสจะอ้างว่าโดรนอาจบินออกนอกเส้นทางก็ตาม
| หัวข้อ | รายละเอียด / ข้อมูลทางเทคนิค |
|---|---|
| ขีปนาวุธ 3M22 Zircon | ความเร็ว Mach 9, ระยะยิง 1,000 กม., หลบหลีกระบบป้องกันได้ |
| เครื่องบิน Su-34 | บรรทุกอาวุธ 8 ตัน, ระยะบินสูงสุด 7,000 กม. (พร้อมถังเสริม) |
| การซ้อมรบ Zapad 2025 | ความร่วมมือระหว่างรัสเซียและเบลารุส เพื่อทดสอบการป้องกันประเทศ |
| เหตุการณ์รุกล้ำน่านฟ้า | โดรนรัสเซีย 19 ลำเข้าโปแลนด์ (10 ก.ย.) และรุกล้ำโรมาเนีย (13 ก.ย.) |
| มาตรการตอบโต้ของ NATO | ใช้มาตรา 4 และดำเนินปฏิบัติการ Operation Eastern Sentinel |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- 3M22 Zircon มีความเร็วสูงถึง 9 เท่าของความเร็วเสียง ทำให้ยากต่อการตรวจจับและทำลาย
- Zapad 2025 เป็นการซ้อมรบร่วมรัสเซีย-เบลารุสที่สร้างความกังวลให้แก่ประเทศสมาชิก NATO
- มาตรา 4 ของ NATO ถูกนำมาใช้เพื่อปรึกษาหารือกรณีความมั่นคงถูกคุกคาม
- Operation Eastern Sentinel คือแผนเสริมการป้องกันชายแดนตะวันออกของ NATO เพื่อรับมือโดรนและขีปนาวุธ
คำถามที่พบบ่อย
ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกแตกต่างจากขีปนาวุธทั่วไปอย่างไร?
ความแตกต่างหลักคือความเร็วที่สูงกว่า Mach 5 ขึ้นไป และความสามารถในการปรับเปลี่ยนทิศทางระหว่างบิน ทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบดั้งเดิมไม่สามารถคำนวณวิถีเพื่อสกัดกั้นได้ทัน
การซ้อมรบ Zapad 2025 มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?
รัสเซียและเบลารุสระบุว่าเป็นการซ้อมรบเพื่อป้องกันประเทศและประเมินความสามารถในการประสานงานทางทหารระหว่างสองพันธมิตร
ทำไมการที่โดรนรุกล้ำน่านฟ้าโปแลนด์จึงเป็นเรื่องใหญ่?
เนื่องจากโปแลนด์เป็นสมาชิก NATO การรุกล้ำน่านฟ้าในสเกลใหญ่ (19 ลำ) ถูกมองว่าเป็นการยั่วยุทางทหารที่จงใจ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในวงกว้างระหว่างรัสเซียและกลุ่มพันธมิตรตะวันตก
Operation Eastern Sentinel คืออะไร?
เป็นปฏิบัติการทางทหารของ NATO ที่มุ่งเน้นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแนวป้องกันฝั่งตะวันออก โดยการส่งเครื่องบินขับไล่และระบบป้องกันภัยขั้นสูงไปประจำการเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากโดรนและขีปนาวุธ



