มัลแวร์ USB กลับมาระบาดอีกครั้ง: กลยุทธ์จารกรรมไซเบอร์ยุคเก่าที่ยังได้ผลในปัจจุบัน

ในขณะที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ หลายคนอาจมองว่าการแพร่กระจายมัลแวร์ผ่าน USB flash drive เป็นเรื่องล้าสมัยและเป็นเพียงเทคนิคของแฮกเกอร์ในอดีต แต่รายงานล่าสุดจากบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ Mandiant กลับชี้ให้เห็นว่า ภัยคุกคามรูปแบบนี้กำลังถูกนำกลับมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่เทคโนโลยีการเชื่อมต่อยังไม่ครอบคลุม หรือในพื้นที่ที่การใช้แฟลชไดรฟ์ยังคงเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน

กลุ่มจารกรรมทางไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับประเทศจีน ซึ่งถูกตั้งชื่อว่า UNC53 ได้ใช้ช่องว่างทางเทคโนโลยีในประเทศกำลังพัฒนาเพื่อเจาะเข้าสู่เครือข่ายขององค์กรระดับโลก โดยการหลอกล่อให้พนักงานนำ USB ที่ติดมัลแวร์ไปเสียบกับคอมพิวเตอร์ในระบบ ซึ่งวิธีการนี้สามารถสร้างความเสียหายให้กับองค์กรต่างๆ ได้อย่างน่าตกใจ

การโจมตีที่พุ่งเป้าไปยังจุดอ่อนทางภูมิศาสตร์

จากการตรวจสอบของ Mandiant พบว่ามีองค์กรอย่างน้อย 29 แห่งทั่วโลกตกเป็นเหยื่อตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แม้ว่าเป้าหมายจะกระจายตัวอยู่ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย แต่จุดเริ่มต้นของการติดเชื้อส่วนใหญ่มักมาจากสาขาของบริษัทข้ามชาติในทวีปแอฟริกา เช่น ในประเทศอียิปต์ ซิมบับเว แทนซาเนีย เคนยา กานา และมาดากัสการ์

สิ่งที่น่าสนใจคือ มัลแวร์เหล่านี้มักแพร่กระจายผ่านคอมพิวเตอร์สาธารณะในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่หรือร้านรับพิมพ์เอกสาร ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการพบการติดเชื้อจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สนามบิน Robert Mugabe ในเมืองฮาราเร ประเทศซิมบับเว ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนเดินทางผ่านไปมาจำนวนมาก ทำให้มัลแวร์สามารถแพร่กระจายจากเครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่องหนึ่งได้อย่างกว้างขวาง

USB flash drive on a black and white backdrop

ทำความรู้จักกับ Sogu: อาวุธจารกรรมรุ่นเก๋า

มัลแวร์ที่ถูกนำมาใช้ในแคมเปญนี้คือ Sogu (หรือที่รู้จักในชื่อ Korplug หรือ PlugX) ซึ่งเป็น Remote Access Trojan (RAT) หรือโปรแกรมประทุษร้ายที่ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ Sogu ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเครื่องมือที่กลุ่มแฮกเกอร์จีนใช้มานานกว่าทศวรรษ รวมถึงเคยถูกใช้ในการเจาะระบบสำนักงานบริหารงานบุคคลของสหรัฐฯ (OPM) เมื่อปี 2015 และมีการเตือนภัยจาก CISA ในปี 2017

แม้ว่าปัจจุบันการโจมตีส่วนใหญ่จะเปลี่ยนไปใช้การทำ Phishing (การหลอกลวงทางอีเมล) หรือการโจมตีผ่านช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ แต่ UNC53 กลับนำ Sogu มาปรับปรุงและแพร่กระจายผ่าน USB อีกครั้ง เพื่อสร้างเครือข่ายการจารกรรมข้อมูลในกลุ่มธุรกิจที่หลากหลาย เช่น การธนาคาร, การศึกษา, การก่อสร้าง, เหมืองแร่, ยา และหน่วยงานรัฐบาล

กลไกการทำงานและการเจาะระบบ Air-gapped

เนื่องจากระบบปฏิบัติการ Windows รุ่นใหม่มักปิดฟังก์ชัน Autorun (การรันโปรแกรมอัตโนมัติ) ไว้ Sogu จึงใช้กลวิธีทางจิตวิทยาโดยการตั้งชื่อไฟล์ executable ให้เหมือนกับชื่อของตัวไดรฟ์ USB หรือใช้ชื่อกลางๆ เช่น “removable media” เพื่อหลอกให้ผู้ใช้คลิกเปิดไฟล์ด้วยตนเอง

เมื่อมัลแวร์เข้าสู่เครื่องได้แล้ว จะมีพฤติกรรมการทำงานดังนี้:

  • เครื่องที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต: จะส่งสัญญาณไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (Command-and-Control Server) เพื่อรับคำสั่งในการค้นหาข้อมูลและอัปโหลดข้อมูลออกไป พร้อมทั้งคัดลอกตัวเองลงใน USB ทุกตัวที่นำมาเสียบเพื่อแพร่เชื้อต่อ
  • เครื่องแบบ Air-gapped: (คอมพิวเตอร์ที่ถูกตัดขาดจากการเชื่อมต่อเครือข่ายภายนอกเพื่อความปลอดภัยสูงสุด) มัลแวร์จะพยายามเปิดตัวรับสัญญาณ Wi-Fi เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายท้องถิ่น หากทำไม่ได้ มันจะเก็บข้อมูลที่ขโมยมาไว้ในโฟลเดอร์ลับบน USB และรอจนกว่า USB นั้นจะถูกนำไปเสียบกับเครื่องที่ต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อส่งข้อมูลกลับไปยังผู้โจมตี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • กลุ่มผู้โจมตี: UNC53 ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลจีน
  • เครื่องมือหลัก: มัลแวร์ Sogu (PlugX) ซึ่งเป็น Remote Access Trojan
  • จุดแพร่เชื้อหลัก: คอมพิวเตอร์สาธารณะในแอฟริกา เช่น อินเทอร์เน็ตคาเฟ่และสนามบิน
  • เป้าหมาย: องค์กรข้ามชาติในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงหน่วยงานรัฐบาล
  • ความสามารถพิเศษ: สามารถขโมยข้อมูลจากเครื่อง Air-gapped ผ่านการฝากข้อมูลไว้ใน USB
สรุปเปรียบเทียบการโจมตีทางไซเบอร์ยุคใหม่ vs กลยุทธ์ของ UNC53
หัวข้อเปรียบเทียบ เทคนิคสมัยใหม่ (Modern) เทคนิคของ UNC53 (Retro)
ช่องทางการเข้าถึง Phishing, Software Vulnerabilities Infected USB Drives
ความเร็วในการแพร่กระจาย รวดเร็วผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ช้ากว่า แต่เจาะจงพื้นที่และเข้าถึงเครื่องปิดกั้นได้
เป้าหมายหลัก ผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรทั่วโลก พนักงานในภูมิภาคที่เทคโนโลยีล้าหลัง
การรับมือ Firewall, Email Filter, Patching USB Port Control, User Awareness

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ดูแลระบบเครือข่ายไม่ควรประมาทและคิดว่าภัยคุกคามจาก USB เป็นเรื่องในอดีต โดยเฉพาะองค์กรที่มีการดำเนินงานในระดับสากล เพราะในขณะที่ฝั่งตะวันตกอาจจะป้องกันเรื่องนี้ได้ดีแล้ว แต่ในภูมิภาคอื่นๆ ช่องโหว่นี้ยังคงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือจารกรรมที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

คำถามที่พบบ่อย

มัลแวร์ Sogu คืออะไร?

Sogu หรือ PlugX คือมัลแวร์ประเภท Remote Access Trojan (RAT) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการจารกรรมข้อมูล โดยช่วยให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมายจากระยะไกล ขโมยไฟล์ และเฝ้าติดตามกิจกรรมของผู้ใช้ได้

ทำไมการใช้ USB ถึงยังเป็นภัยคุกคามในปัจจุบัน?

เพราะในบางภูมิภาค เช่น แอฟริกา การใช้ USB flash drive ในการส่งต่อข้อมูลยังคงเป็นเรื่องปกติ และมีการใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่สูง ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้เป็นจุดแพร่กระจายมัลแวร์เข้าสู่เครื่องของพนักงานบริษัทข้ามชาติได้

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ต่ออินเทอร์เน็ต (Air-gapped) ปลอดภัยจากมัลแวร์นี้หรือไม่?

ไม่ปลอดภัยเสียทีเดียว เนื่องจาก Sogu สามารถฝังตัวใน USB และเก็บข้อมูลที่ขโมยมาไว้ในตัวไดรฟ์ เมื่อ USB นั้นถูกนำไปเสียบกับเครื่องที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ข้อมูลที่ถูกขโมยมาจะถูกส่งกลับไปยังผู้โจมตีทันที

เราจะป้องกันการติดมัลแวร์จาก USB ได้อย่างไร?

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการใช้ USB ที่ไม่ทราบที่มา, ไม่เสียบ USB ของตนเองกับคอมพิวเตอร์สาธารณะ, ปิดการทำงานของ Autorun และใช้ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยที่สามารถสแกนอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอกได้ทันทีที่เชื่อมต่อ

กลุ่ม UNC53 มีเป้าหมายอะไรในการโจมตีครั้งนี้?

เชื่อว่าเป็นการจารกรรมข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกาซึ่งจีนมีความสนใจเป็นพิเศษ โดยการหว่านแหโจมตีองค์กรจำนวนมากเพื่อคัดกรองหาเป้าหมายที่มีมูลค่าสูงต่อไป