มอลโดวา กับสงครามข้อมูลข่าวสาร: เมื่อโซเชียลมีเดียกลายเป็นเครื่องมือแทรกแซงการเลือกตั้ง

เหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นเมื่อ Brian Baumgartner นักแสดงจากซีรีส์ชื่อดัง The Office ปรากฏตัวในวิดีโอ TikTok โดยพูดภาษารัสเซียแบบไม่คล่องแคล่วเพื่อเรียกร้องให้มีการขับไล่ประธานาธิบดีของประเทศเล็กๆ ในยุโรป สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่ซับซ้อนซึ่งกำลังเกิดขึ้นใน มอลโดวา (Moldova)

วิดีโอดังกล่าวไม่ใช่ Deepfake (สื่อสังเคราะห์ที่ใช้ AI สร้างภาพและเสียงเลียนแบบบุคคลจริง) แต่เป็นการจ้างงานผ่านแอปพลิเคชัน Cameo ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้ซื้อคลิปทักทายจากคนดังได้ นักวิจัยระบุว่านี่คือส่วนหนึ่งของปฏิบัติการอิทธิพลที่สนับสนุนเครมลิน เพื่อโจมตี Maia Sandu ประธานาธิบดีผู้มีจุดยืนสนับสนุนสหภาพยุโรป (EU)

สมรภูมิไซเบอร์ในประเทศขนาดเล็ก

มอลโดวา ซึ่งเป็นอดีตรัฐในสหภาพโซเวียตและมีขนาดใกล้เคียงกับรัฐแมริแลนด์ของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับการแทรกแซงจากรัสเซียอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการลงประชามติเรื่องการเข้าเป็นสมาชิก EU และการเลือกตั้งประธานาธิบดี ประเทศนี้ได้กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่ากังวลว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียระดับโลกสามารถถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างความแตกแยกในสังคมได้อย่างไร

รูปแบบการโจมตีมีความหลากหลาย ตั้งแต่การใช้ Bot (โปรแกรมอัตโนมัติที่เลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์) ค้นหาเนื้อหาที่สร้างความขัดแย้ง เช่น วิดีโอผู้ลี้ภัยชาวยูเครนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เพื่อนำมาปั่นกระแสให้แพร่หลาย ไปจนถึงการยิงโฆษณาการเมืองต่อต้านรัฐบาลผ่านเพจที่มีชื่อเป็นภาษาเวียดนาม ซึ่งมีการประเมินว่า Meta ทำรายได้จากการโฆษณาในแคมเปญที่สนับสนุนเครมลินในมอลโดวาสูงถึง 200,000 ดอลลาร์

Image 6

กลยุทธ์การบิดเบือนข้อมูลและการจ้างวาน

Ana Revenco อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้ดูแลศูนย์สื่อสารเชิงกลยุทธ์และต่อต้านข้อมูลบิดเบือนของมอลโดวา ระบุว่าปฏิบัติการครั้งนี้มีความซับซ้อนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน มีการใช้บัญชีที่สร้างไว้นานแล้วแต่ถูกปล่อยทิ้งไว้ (Standby) ให้กลับมาทำงานพร้อมกันในหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง Facebook, Telegram, TikTok และ YouTube

นอกจากนี้ ยังมีการใช้กลยุทธ์ "Outsourcing Disinformation" หรือการจ้างวานให้ประชาชนทั่วไปเป็นผู้กระจายข่าวปลอม โดยมีบอทใน Telegram เสนอเงินรางวัลสูงถึง 280 ดอลลาร์ ให้กับผู้ที่โพสต์ข้อความต่อต้านการเข้า EU บน Facebook เพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้ดูเหมือนมาจากคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือมากกว่าโฆษณาจากรัฐบาลต่างชาติ

การสนับสนุนทางการเงินและเครือข่ายอาชญากรรม

ทางการมอลโดวาตรวจพบความเชื่อมโยงระหว่างปฏิบัติการเหล่านี้กับกลุ่มอาชญากรรมจัดตั้งและบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรระดับสากล โดยเฉพาะเครือข่ายของ Ilan Shor มหาเศรษฐีผู้ลี้ภัยในรัสเซีย ซึ่งมีการยึดเงินสดและโทรศัพท์มือถือจำนวนมากที่ใช้ในการจัดซื้อเสียงเลือกตั้งผ่าน Telegram

สรุปภาพรวมการแทรกแซงข้อมูลในมอลโดวา
หัวข้อ รายละเอียดสำคัญ
งบประมาณคาดการณ์ ปีที่แล้วประมาณ 50 ล้านยูโร และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปี 2024
เครื่องมือที่ใช้ AI, Deepfake, Bot, แอปฯ Cameo และ Telegram
เป้าหมายหลัก ต่อต้านการเข้า EU, โจมตีประธานาธิบดี Sandu และสร้างกระแสแอนตี้ยูเครน
กลยุทธ์เด่น การจ้างคนท้องถิ่นโพสต์ข้อความ และการใช้บัญชีผี (Sleeper Accounts)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • เป้าหมายทางการเมือง: รัสเซียพยายามขัดขวางไม่ให้มอลโดวาบรรจุเจตจำนงการเข้า EU ไว้ในรัฐธรรมนูญ
  • การบิดเบือนผลโพล: แม้ผลสำรวจระบุว่า 55% สนับสนุน EU แต่ฝ่ายต่อต้านพยายามรณรงค์ให้คนไม่ไปใช้สิทธิ์ เพื่อให้การลงประชามติไม่เป็นผล (เนื่องจากต้องมีผู้ใช้สิทธิ์มากกว่า 1 ใน 3)
  • บทบาทของแพลตฟอร์ม: Meta ได้ลบบัญชีข่าวปลอมภาษารัสเซียที่ใช้การแจกของรางวัลเพื่อดึงดูดผู้ติดตาม แต่ Telegram และ TikTok ยังถูกมองว่าดำเนินการไม่เพียงพอ
  • ความเสี่ยงระดับโลก: กรณีของมอลโดวาเป็นคำเตือนว่า หากแพลตฟอร์มเหล่านี้ถูกใช้โจมตีประเทศหนึ่งได้ ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกที่ในโลก

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมรัสเซียถึงต้องการแทรกแซงการเลือกตั้งในมอลโดวา?

เพราะมอลโดวากำลังตัดสินใจเรื่องการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งจะทำให้ประเทศหันหลังให้กับการอิทธิพลของรัสเซียและเข้าใกล้ตะวันตกมากขึ้น

Deepfake มีบทบาทอย่างไรในเหตุการณ์นี้?

มีการใช้ AI สร้างวิดีโอปลอมของประธานาธิบดี Maia Sandu เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงและทำลายความน่าเชื่อถือของผู้นำประเทศในสายตาประชาชน

การจ้างวานผ่าน Cameo คืออะไร?

คือการที่กลุ่มผู้สนับสนุนเครมลินใช้เงินซื้อคลิปจากดาราฮอลลีวูดผ่านแอปฯ Cameo โดยให้ดาราพูดข้อความโจมตีรัฐบาลมอลโดวา ซึ่งดาราเหล่านั้นอาจไม่ทราบถึงบริบททางการเมืองที่แท้จริง

ทำไมการรณรงค์ให้ "ไม่ไปเลือกตั้ง" ถึงเป็นเรื่องสำคัญ?

เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่าการลงประชามติจะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีผู้มาใช้สิทธิ์ถึงเกณฑ์ที่กำหนด การทำให้คนไม่ออกไปใช้สิทธิ์จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการทำให้การลงประชามติล้มเหลว

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจัดการกับปัญหานี้อย่างไร?

Meta ได้ลบบัญชีข่าวปลอมและเครือข่ายที่ใช้การแจกเงินหรือสิ่งของเพื่อสร้างอิทธิพล ส่วน Telegram ได้ลบบัญชีที่เชื่อมโยงกับ Ilan Shor ตามคำขอของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ทางการมอลโดวายังมองว่ามาตรการเหล่านี้ยังไม่เพียงพอต่อความสร้างสรรค์ของกลุ่มผู้ปล่อยข่าวปลอม