มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เผชิญเหตุโจมตีทางไซเบอร์ กระทบระบบเครือข่ายคณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) สถาบันการศึกษาระดับโลกที่โดดเด่นด้านการแพทย์และการวิจัย กำลังประสบปัญหาทางเทคนิคครั้งใหญ่หลังจากตรวจพบ Malicious Activity หรือกิจกรรมที่เป็นอันตรายบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานของบุคลากรและนักศึกษาในคณะแพทยศาสตร์มานานนับเดือน
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีการแจ้งเตือนภายในถึงพนักงานว่าระบบไอทีที่ดูแลโดย Clinical School Computing Service (CSCS) ซึ่งเป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับโรงเรียนคลินิกการแพทย์ ถูกรบกวนจากการโจมตีทางไซเบอร์ ส่งผลให้การเข้าถึงเครือข่ายท้องถิ่นและสัญญาณ Wi-Fi ในบางอาคารต้องถูกตัดขาดชั่วคราว
ผลกระทบต่อหน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษา
ความเสียหายในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คณะแพทยศาสตร์เท่านั้น แต่ยังลุกลามไปยังหน่วยงานวิจัยสำคัญอื่นๆ ที่ใช้บริการจาก CSCS ซึ่งดูแลอุปกรณ์บนเครือข่ายมากกว่า 5,800 เครื่อง โดยหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่:
- ภาควิชาสัตววิทยา (Department of Zoology)
- ห้องปฏิบัติการ Sainsbury (Sainsbury Laboratory) ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัยด้านพืช
- สถาบันสเต็มเซลล์ (Stem Cell Institute)
- สถาบัน Milner (Milner Institute) ภายใต้โรงเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ซึ่งวิจัยเกี่ยวกับการบำบัดรักษาโรคอุบัติใหม่
แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะพยายามใช้แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) เพื่อลดผลกระทบ แต่การกู้คืนระบบบางส่วนยังคงต้องใช้เวลา โดยเฉพาะเว็บไซต์ของคณะแพทยศาสตร์และ CSCS ที่ยังคงไม่สามารถเข้าถึงได้ตามปกติในบางช่วงเวลา

การตอบสนองและการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ทางมหาวิทยาลัยได้จัดตั้ง Critical Incident Management Team หรือทีมจัดการเหตุการณ์วิกฤต เพื่อควบคุมสถานการณ์และให้ความมั่นใจว่าระบบอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในเครือยังคงทำงานได้ตามปกติ โดยมีการประสานงานร่วมกับหน่วยงานระดับชาติของสหราชอาณาจักร ได้แก่ National Cybersecurity Center (NCSC) และ Information Commissioner’s Office (ICO) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านข้อมูล เพื่อตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์
ประเด็นสำคัญที่ทางมหาวิทยาลัยเน้นย้ำคือ ไม่พบหลักฐานว่ามีการนำข้อมูลออกไปหรือมีการถ่ายโอนข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะยังไม่มีการระบุชัดเจนว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการกระทำของแฮกเกอร์อาชญากรหรือเกิดจากสาเหตุอื่นใด
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| หน่วยงานที่ได้รับผลกระทบหลัก | Clinical School Computing Service (CSCS) และสถาบันวิจัยชีวภาพ |
| จำนวนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง | มากกว่า 5,800 เครื่อง |
| สถานะข้อมูล | ไม่มีหลักฐานว่าข้อมูลถูกขโมย |
| หน่วยงานที่ร่วมตรวจสอบ | NCSC และ ICO (สหราชอาณาจักร) |
| มาตรการแก้ไข | ปิดระบบบางส่วนชั่วคราว และใช้แผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และยังคงมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
- ระบบ Wi-Fi และอินเทอร์เน็ตแบบใช้สายในบางอาคารได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
- มีการตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงกับการโจมตีแบบ DDoS (Distributed Denial-of-Service) หรือการระดมส่งข้อมูลจำนวนมากเพื่อทำให้ระบบล่ม ซึ่งกลุ่ม Anonymous Sudan เคยอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุในวันที่ 19 กุมภาพันธ์
- มหาวิทยาลัยแนะนำให้บุคลากรใช้ Multifactor Authentication (MFA) หรือการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน และเปลี่ยนรหัสผ่านทันทีหากพบการเข้าใช้งานที่ผิดปกติ
คำถามที่พบบ่อย
มีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลวิจัยหรือไม่?
จากการตรวจสอบเบื้องต้นและคำยืนยันจากมหาวิทยาลัย รวมถึงการรับรองจากบุคคลที่สาม พบว่าไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีการนำข้อมูลออกไปหรือมีการถ่ายโอนข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
การโจมตีครั้งนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Anonymous Sudan หรือไม่?
ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แม้ว่ากลุ่ม Anonymous Sudan จะอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีแบบ DDoS ต่อสถาบันการศึกษาหลายแห่งรวมถึงเคมบริดจ์ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ระบบล่มในระยะยาวนี้มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่
ระบบอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ใช้งานได้หรือไม่?
ระบบไอทีของมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยอื่นๆ ส่วนใหญ่ยังคงทำงานได้ตามปกติ ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ CSCS
บุคลากรควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อความปลอดภัย?
มหาวิทยาลัยแนะนำให้ใช้รหัสผ่านที่คาดเดายาก เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (MFA) และรีบเปลี่ยนรหัสผ่านทันทีหากได้รับแจ้งว่ามีการเข้าสู่ระบบจากอุปกรณ์อื่นที่ไม่รู้จัก



