ปฏิบัติการลับ CIA โค่นล้มมาดูโร: เบื้องหลังความล้มเหลวของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา

ย้อนกลับไปในปี 2018 โลกได้เห็นความตึงเครียดถึงขีดสุดระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น กับ นิโคลัส มาดูโร ผู้นำเผด็จการของเวเนซุเอลา ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจขั้นรุนแรงและภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (Hyperinflation) ที่ทำให้ชาวเวเนซุเอลานับล้านต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ สหรัฐฯ จึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อกำจัดมาดูโรออกจากอำนาจ ซึ่งนำไปสู่ปฏิบัติการลับที่ผสมผสานทั้งการกดดันทางการทูตและการจารกรรมทางไซเบอร์

จุดเริ่มต้นของแผนการโค่นล้มอำนาจ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2019 เมื่อ ฮวน กวายโด ผู้นำฝ่ายค้านประกาศตนเป็นประธานาธิบดีชั่วคราว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากสมัชชาแห่งชาติของเวเนซุเอลา เหตุการณ์นี้ทำให้ จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ เชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อกดดันมาดูโร

รัฐบาลทรัมป์ไม่เพียงแต่รับรองกวายโดเป็นผู้นำที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุด โดยมุ่งเป้าไปที่บริษัทน้ำมันของรัฐและอายัดทรัพย์สินของเวเนซุเอลามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งสั่งการให้ CIA (Central Intelligence Agency หรือ สำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ) จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจเพื่อหาทางขับไล่มาดูโรให้พ้นจากตำแหน่ง

สงครามไซเบอร์และการก่อวินาศกรรมดิจิทัล

เนื่องจากเวเนซุเอลาไม่ใช่เป้าหมายหลักของ CIA มาก่อน หน่วยเฉพาะกิจนี้จึงต้องสร้างขีดความสามารถขึ้นมาใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การเจาะระบบเครือข่ายรัฐบาลเพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการนี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคภายใน เมื่อทีมแฮกเกอร์ระดับสูงของ CIA และ NSA (National Security Agency หรือ สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ) มักถูกดึงไปใช้กับภารกิจที่มีความสำคัญสูงกว่า

แม้จะมีความขัดแย้งภายใน แต่ CIA ก็สามารถดำเนินปฏิบัติการที่สร้างความปั่นป่วนได้สำเร็จหนึ่งครั้ง คือการโจมตีทางไซเบอร์ต่อ ระบบจ่ายเงินเดือนของกองทัพเวเนซุเอลา เพื่อให้ทหารเกิดความไม่พอใจและหันไปสนับสนุนฝ่ายกวายโด ซึ่งส่งผลให้เกิดเสียงบ่นระงมในกองทัพ เนื่องจากความมั่นคงทางปากท้องเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอำนาจของผู้นำ

Illustration of Trump and Maduro walking through a room of mirrors

รอยร้าวระหว่างทำเนียบขาวและหน่วยข่าวกรอง

แม้จะมีการโจมตีทางไซเบอร์ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลทรัมป์และ CIA กลับย่ำแย่ลง เจ้าหน้าที่ระดับสูงในทำเนียบขาวมองว่าโครงการ "ส่งเสริมประชาธิปไตย" ของ CIA นั้นไร้ประสิทธิภาพและน่าอับอาย เพราะในขณะที่ประชาชนกำลังอดอยากและขาดแคลนยารักษาโรค การสอนเรื่องประชาธิปไตยจึงดูเป็นเรื่องตลก

นอกจากนี้ ยังมีความขัดแย้งในเชิงอุดมการณ์ โดย จินา ฮาสเปล ผู้อำนวยการ CIA ในขณะนั้น ถูกมองว่าไม่สนับสนุนปฏิบัติการที่ก้าวร้าว เนื่องจากความกังวลเรื่องภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ และบาดแผลทางประวัติศาสตร์จากความล้มเหลวในอดีต เช่น เหตุการณ์อ่าวหมู (Bay of Pigs)

ตารางสรุปกลยุทธ์และผลลัพธ์ของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา

สรุปการดำเนินงานของสหรัฐฯ เพื่อโค่นล้มมาดูโร (2019)
มาตรการ วิธีการดำเนินการ ผลลัพธ์/สถานะ
การทูต รับรอง ฮวน กวายโด เป็นประธานาธิบดีชั่วคราว ประเทศส่วนใหญ่ยอมรับ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนอำนาจได้จริง
เศรษฐกิจ คว่ำบาตรบริษัทน้ำมันและอายัดทรัพย์สินรัฐ สร้างความกดดันทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
ไซเบอร์ โจมตีระบบจ่ายเงินเดือนกองทัพ สร้างความไม่พอใจในกองทัพ แต่ไม่นำไปสู่การรัฐประหาร
ข่าวกรอง โครงการส่งเสริมประชาธิปไตยและสนับสนุนกลุ่มพลเรือน ถูกวิจารณ์ว่าไร้ประสิทธิภาพและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

ความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์และการปิดสถานทูต

ความล้มเหลวครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตัดสินใจปิดสถานทูตสหรัฐฯ ในการากัส ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเก็บข้อมูลข่าวกรองในพื้นที่ การขาดการติดต่อโดยตรงกับบุคคลสำคัญในเวเนซุเอลาทำให้สหรัฐฯ ไม่สามารถประสานงานการแปรพักตร์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในที่สุด แผนการ "ปฏิบัติการเสรีภาพ" (Operation Liberty) ของกวายโดในเดือนเมษายน 2019 ก็ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า เนื่องจากขาดการสนับสนุนที่เพียงพอและทันท่วงทีจาก CIA ซึ่งถูกมองว่า "ทำน้อยเกินไปและสายเกินไป"

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การโจมตีไซเบอร์: CIA ประสบความสำเร็จในการป่วนระบบเงินเดือนทหารเวเนซุเอลาเพื่อสร้างความระส่ำระสาย
  • ความขัดแย้งภายใน: มีความไม่ลงรอยกันอย่างรุนแรงระหว่างสายเหยี่ยวอย่าง จอห์น โบลตัน และผู้บริหาร CIA
  • จุดอ่อนของผู้นำ: โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มหมดความเชื่อมั่นในตัว ฮวน กวายโด โดยมองว่า "อ่อนแอ" เกินกว่าจะโค่นมาดูโรได้
  • ผลกระทบระยะยาว: แม้จะล้มเหลวในการเปลี่ยนระบอบ แต่สหรัฐฯ ได้สร้างเครือข่ายการจารกรรมไซเบอร์ในเวเนซุเอลาที่แข็งแกร่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมปฏิบัติการของ CIA ถึงไม่สามารถโค่นล้มมาดูโรได้?

เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งภายในรัฐบาลสหรัฐฯ เอง ความลังเลของ CIA ในการดำเนินปฏิบัติการที่รุนแรง และความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ เช่น การปิดสถานทูตที่ทำให้ขาดการติดต่อกับแหล่งข่าวในพื้นที่

การโจมตีระบบเงินเดือนทหารส่งผลอย่างไร?

ทำให้ทหารเวเนซุเอลาเกิดความไม่พอใจเนื่องจากไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งเป็นความพยายามที่จะกระตุ้นให้กองทัพแปรพักตร์ไปสนับสนุนฝ่ายค้าน แต่ผลลัพธ์ไม่รุนแรงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนอำนาจ

บทบาทของ ฮวน กวายโด ในเหตุการณ์นี้คืออะไร?

กวายโดเป็นตัวแทนของฝ่ายค้านที่สหรัฐฯ ให้การรับรองเพื่อสร้างความชอบธรรมในการกดดันมาดูโร แต่สุดท้ายเขากลับไม่ได้รับความไว้วางใจจากทรัมป์เนื่องจากถูกมองว่าขาดความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด

ปัจจุบันสหรัฐฯ มีท่าทีอย่างไรต่อเวเนซุเอลา?

ในสมัยรัฐบาลไบเดน ได้มีการเปลี่ยนแนวทางเป็นการเจรจา โดยยอมผ่อนปรนการคว่ำบาตรด้านพลังงานเพื่อแลกกับการให้มีการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม รวมถึงการจัดการปัญหาผู้ลี้ภัย