ตู้กดขนม M&M ในมหาวิทยาลัย Waterloo กับดราม่าแอบเก็บข้อมูลใบหน้า

กลายเป็นประเด็นร้อนในรั้วมหาวิทยาลัย Waterloo ประเทศแคนาดา เมื่อนักศึกษาค้นพบว่าตู้กดขนมแบรนด์ M&M ที่ติดตั้งอยู่ภายในวิทยาเขต ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ขายขนม แต่กลับแอบใช้เทคโนโลยี Facial Recognition หรือ ระบบจดจำใบหน้า (เทคโนโลยีที่ใช้ระบุตัวตนหรือวิเคราะห์ลักษณะบุคคลจากภาพถ่ายใบหน้า) เพื่อเก็บข้อมูลผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับความยินยอม

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้งาน Reddit นามแฝงว่า SquidKid47 ได้โพสต์ภาพหน้าจอข้อความแจ้งเตือนข้อผิดพลาดของตู้กดขนมที่ระบุว่า “Invenda.Vending.FacialRecognitionApp.exe” ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดตู้ขายขนมธรรมดาจึงต้องมีแอปพลิเคชันสำหรับการจดจำใบหน้าติดตั้งอยู่

ความสงสัยดังกล่าวถูกขยายผลโดย River Stanley นักศึกษาชั้นปีที่ 4 และผู้เขียนให้กับสื่อ MathNEWS ซึ่งได้ทำการสืบค้นข้อมูลจากโบรชัวร์การขายของบริษัท Invenda ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ตู้กดขนม และพบข้อมูลที่น่าตกใจว่า เครื่องเหล่านี้มีความสามารถในการ ประเมินอายุและเพศ ของผู้ที่มาใช้งานได้ โดยที่ไม่มีการขออนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแต่อย่างใด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การตรวจพบ: พบข้อความ Error ของระบบ Facial Recognition บนหน้าจอเครื่องกดขนม M&M
  • ความสามารถของเครื่อง: สามารถวิเคราะห์และส่งข้อมูลประมาณการอายุและเพศของผู้ใช้งานได้
  • การตอบสนองของมหาวิทยาลัย: สั่งปิดการทำงานของซอฟต์แวร์และเตรียมนำตู้เหล่านี้ออกจากวิทยาเขตโดยเร็วที่สุด
  • ข้อโต้แย้งจากผู้ให้บริการ: Adaria Vending Services อ้างว่าระบบทำงานเป็นเพียงเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อเปิดหน้าจอสั่งซื้อ ไม่ได้เก็บภาพถ่าย
  • มาตรฐานที่อ้างถึง: บริษัทอ้างว่าปฏิบัติตามกฎ GDPR ของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวดที่สุดในโลก

กรณีนี้สร้างความกังวลให้กับนักศึกษาอย่างมาก โดย Stanley ได้เปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีตที่บริษัท Cadillac Fairview เคยถูกตรวจสอบเรื่องการแอบใช้ระบบจดจำใบหน้าในห้างสรรพสินค้า ซึ่งส่งผลให้ข้อมูลของชาวแคนาดากว่า 5 ล้านคนที่ไม่ได้ให้ความยินยอมถูกจัดเก็บในฐานข้อมูล ก่อนที่ทางบริษัทจะถูกบังคับให้ลบข้อมูลทั้งหมดในภายหลัง

สรุปการเผชิญหน้าระหว่างข้อกล่าวหาและคำชี้แจง
ประเด็น สิ่งที่นักศึกษา/ผู้ตรวจสอบพบ คำชี้แจงจากบริษัท (Invenda/Adaria)
การเก็บข้อมูล มีการใช้แอปพลิเคชันจดจำใบหน้าเพื่อวิเคราะห์อายุและเพศ เป็นเพียงเซนเซอร์ตรวจจับใบหน้าเพื่อเปิดระบบ ไม่มีการเก็บภาพ
ความยินยอม ไม่มีการขออนุญาตผู้ใช้งานก่อนเก็บข้อมูล ยืนยันว่าปฏิบัติตามมาตรฐาน GDPR อย่างครบถ้วน
ความโปร่งใส ซ่อนการทำงานไว้เบื้องหลังจนเกิด Error จึงถูกพบ ระบุว่าบริษัทมีความมุ่งมั่นในเรื่องความโปร่งใสและการเติบโตระดับโลก

ทางด้าน Rebecca Elming โฆษกของมหาวิทยาลัย Waterloo ยืนยันว่าทางสถาบันได้สั่งระงับการใช้งานซอฟต์แวร์ดังกล่าวแล้ว และจะดำเนินการเคลื่อนย้ายตู้กดขนมออกไปให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ระบุวันที่ชัดเจน และปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลว่ามีการใช้เทคโนโลยีลักษณะนี้ในจุดอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยหรือไม่

ในขณะที่นักศึกษาบางส่วนแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดยมีการนำหมากฝรั่งหรือกระดาษ Post-it ไปแปะทับกล้องของตู้กดขนมเพื่อป้องกันการถูกแอบสแกนใบหน้า และบางส่วนเริ่มมีการพูดถึงการรวมตัวกันเพื่อฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class-action lawsuit) ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

เกิดอะไรขึ้นกับตู้กดขนม M&M ที่มหาวิทยาลัย Waterloo?

มีการตรวจพบว่าตู้กดขนมใช้ซอฟต์แวร์จดจำใบหน้าเพื่อเก็บข้อมูลอายุและเพศของผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับนักศึกษาในด้านความเป็นส่วนตัว

บริษัทผู้ผลิตโต้แย้งเรื่องนี้อย่างไร?

บริษัท Adaria และ Invenda ระบุว่าระบบดังกล่าวเป็นเพียงเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้นการทำงานของหน้าจอสั่งซื้อเท่านั้น ไม่มีการบันทึกหรือจัดเก็บรูปภาพใบหน้า และยืนยันว่าทำตามกฎ GDPR ของยุโรป

ทางมหาวิทยาลัยดำเนินการอย่างไรหลังจากเกิดเรื่อง?

มหาวิทยาลัยได้สั่งปิดการทำงานของซอฟต์แวร์เจ้าปัญหา และมีแผนที่จะนำตู้กดขนมเหล่านี้ออกจากพื้นที่วิทยาเขตโดยเร็วที่สุด

ทำไมกรณีนี้ถึงเป็นเรื่องใหญ่ในแคนาดา?

เพราะในแคนาดาเคยมีกรณีอื้อฉาวที่บริษัท Cadillac Fairview แอบเก็บข้อมูลใบหน้าคนนับล้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ผู้คนมีความอ่อนไหวและระมัดระวังเรื่องการถูกสอดแนมด้วยเทคโนโลยีจดจำใบหน้ามากขึ้น

GDPR คืออะไร และเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร?

GDPR คือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป ซึ่งถือว่าข้อมูลภาพใบหน้าเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อนมากและต้องได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนก่อนจัดเก็บ ซึ่งขัดแย้งกับประสบการณ์ที่นักศึกษาได้รับจากตู้กดขนมนี้